คลังเก็บป้ายกำกับ: ตำรวจ

เจ้าของอาคารชุดคอนโดฯ รีเฟลคชัน จอมเทียน บีช พัทยา รวมตัวร้องขอความเป็นธรรม หลังผู้บริหารเปิดประตูให้ นทท.จีน เดินผ่าน

เจ้าของอาคารชุดคอนโดฯ รีเฟลคชัน จอมเทียน บีช พัทยา รวมตัวร้องขอความเป็นธรรม หลัง บ.เมเจอร์ฯ ผู้บริหารคอนโดฯ เปิดประตูหลังให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทะลุโครงการ ชี้ไม่เหมือนในโบว์ชัวร์โฆษณาในตอนแรก พร้อมใช้สิทธิในฐานะผู้ซื้อโดยสุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิติบุคคลอาคารชุดรีเฟลคชั่น จอมเทียน บีช พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2560 โดยมีเจ้าของร่วมผู้ซื้อห้องซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วม โดยมีนายสามภพ บุนนาค นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมท่าม กลางการอำนวยความสะดวกและรักษาความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน

ด้านนายเดชา เลิศวิไลศักดิ์ ลูกค้ารายหนึ่ง กล่าวว่าแรกเริ่มทางโครงการดังกล่าวโฆษณาผ่านแผ่นพับและโบว์ชัวร์แสดงความชัดเจนของสภาพถนนของโครงการ รวมถึงรั้วรอบขอบชิดที่เป็นทรัพย์สินส่วน กลาง ต่อมาทางบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ พรอพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นผู้บริหารอาคารชุด ได้ทำการเปิดประตูท้ายโครงการซึ่งเป็นพื้นที่ทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของโรงแรมเซ็นทาร่า ที่มีบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ฮอสพิทอลลิตี้ ที่มีผู้บริหารชุดเดียวกันเป็นผู้ดำเนิน การ โดยกรณีดังกล่าวไม่มีการสอบถามความคิดเห็นและแจ้งให้เจ้าของสิทธิ์ห้องชุดของคอนโดฯทราบแต่อย่างใด

กรณีนี้ถือว่าอยู่นอกเหนือข้อตกลงหรือข้อมูลตามแบบในโบว์ชัวร์เสนอขายห้องชุดในตอนแรก โดยไม่มีการแจ้งข่าวให้ลูกบ้านทราบแต่อย่างใด เวลาต่อมาคณะกรรมการของโครงการได้มีมติให้ปิดประตูดัง กล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า แต่ทางบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ฮอสพิทอลลิตี้ ได้ส่งทนายฟ้องร้องคณะกรรมการแต่ไม่ฟ้องร้องนายธนดล คำเชิด ในฐานะผู้จัดการนิติฯ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางพิรุธ โดยการใช้สิทธิ์ที่ไม่สุจริตจึงส่งทนายต่อสู้ในชั้นศาลขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง กรุงเทพฯใต้

นายเดชา กล่าวด้วยว่าในฐานะกรรมการคนหนึ่งได้รับมติให้เป็นผู้จัดการนิติฯ ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ม.32 (2) ตามที่ได้รับการรับรองจากกรมที่ดินฯ ตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์โดยชอบในการต่อสู้เรื่องดังกล่าวเพื่อทวงถามความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในฐานะผู้บริโภคที่สมควรจะได้รับ ซึ่งแต่แรกทางโครงการไม่เคยว่าบอกว่าพวกเราต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม ซึ่งต้องยอมให้ลูกค้าของโรงแรมดังกล่าวใช้ทรัพย์สินส่วนกลางร่วมกันกับผู้ซื้อห้องชุดฯ ทั้งที่ราคาของห้องชุดที่ซื้อกันนั้นมีราคาขั้นต่ำตั้งแต่ 6 ล้านบาทไปจนถึง 30 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมที่ไม่มีถูกต้องตามกฎหมาย ในฐานะผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องหาความชอบธรรม

 ด้านนายสามภพ บุนนาค นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ระบุว่ากรณีพิพาทที่เกิดขึ้นเป็นกรณีทั่วไป ซึ่งกฎหมายก็มีช่องทางให้ปฏิบัติอยู่ให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ซึ่งตนเองมาเป็นประธานในครั้งนี้ไได้มาเข้าข้างใคร เพียงแต่มาช่วยหาข้อยุติให้กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ก็สามารถทำตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมได้ ซึ่งประเด็นการเรียกร้องของผู้ซื้อเป็นในเรื่องของภาวะจำยอมที่กำลังเผชิญ ซึ่งก็ต้องดูข้อตกลงตามสัญญาว่าเป็นอย่างไร แต่อยากให้ทุกอย่างจบด้วยการเจรจาไม่ใช่มาทะเลาะกัน เพราะจะหาข้อสรุปไม่ได้ และไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าวตัวแทนฝั่งกลุ่มผู้ซื้อหรือลูกค้าได้หยิบยกประเด็นซักถามเกี่ยวการบริหารอาคารชุดดังกล่าว ซึ่งไม่ต้องการให้บริษัทเดิมมาทำการบริหารและพิจารณาเพื่อหาบริษัทอื่นที่มีความโปร่งใสเข้ามาทำการบริหารแทน แต่สุดท้ายยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะออกมาเป็นแนวทางใด ซึ่งหลังจากนี้จะได้รอการพิจารณาจากศาล ก่อนดำเนินการในส่วนอื่นๆ ต่อไปด้วยเช่นกัน

ตร.พัทยา แถลงการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่คาปั้มน้ำมัน พบของกลางเพียบ

พัทยา-(19 ก.ค. 60) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ได้ตัวผู้ต้องหาทราบชื่อ คือ นายก้องภพหรือกุ๊ก เรืองคำ อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดประเภทที่ 1 เป็นยาบ้าจำนวน 9,800 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 137.23 กรัม ที่บริเวณในสถานีน้ำมัน ปตท.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ก่อนการจับกุมสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้จับกุมตัวผู้เสพยาเสพติดและผู้ค้ารายย่อย จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบว่ามีผู้ลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่นำยาเสพติดเข้ามาส่งให้กับผู้ค้ารายย่อยเพื่อนำมาขายต่อให้กับเยาวชนและนักเที่ยวตามสถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและร่วมกันวางแผนล่อซื้อ

โดยให้สายลับติดต่อซื้อยาเสพติดกับ นายกุ๊ก และมีการนัดส่งยาเสพติดกันภายในปั๊มปตท. เขาไม้แก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงนำกำลังไปซุ้มดู จนกระทั้งมีรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโลเลต สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ขอ 6115 ชลบุรี เข้ามาจอดภายในปั๊มและมีคนหิ้วถุงพลาสติกสีฟ้าลงจากรถอย่างน่าตาเฉยเหมือนหิ้วถุงกับข้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจซุ้มดูจนมั่นใจว่าเป็นพ่อค้ายาติดซึ่งตรงตามรูปพรรณสัณฐานที่สายลับแจ้ง จึงแสดงตัวขอตรวจค้นชายคนดังกล่าวพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าตำรวจได้วางแผนมาอย่างรัดกุมจึงสามารถควบคุมตัวนายกุ๊ก พร้อมของกลางซึ่งอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า เป็นยาบ้าจำนวน 4 มัด มัดละ 10 ถุง มัดที่ 4 มีเพียง 9 ถุง ถุงละ 200 เม็ด รวม 9,800 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 2 ถุง ถุงแรกน้ำหนัก 72.69 กรัม ถุงที่สองน้ำหนัก 64.54 กรัม รวม 137.23 กรัม จึงควบคุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.อภิชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยังกล่าวอีกว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ให้มีการกวาดล้างยาเสพติดไม่ให้แพร่ละบาดในหมู่นักเที่ยวและเยาวชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สภ.เมืองพัทยาหาข่าวและกวาดล้างจับกุมต่อเนื่อง ทั้งในสถานบันเทิง และปาร์ตี้ต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันและตัดวงจรยาเสพติดอีกด้วย

ภาพ/ข่าว Ku Salick

เสี่ยบีเอ็ม ถูกโจรพัทยาฉายเดี่ยว ซิ่ง จยย. กระชากสร้อยคอหนัก 3 บาท แต่ยังโชคดี

เสี่ยบีเอ็ม ถูกโจรพัทยาฉายเดี่ยว ซิ่ง จยย. กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท แต่ยังโชคดีที่พระเลี่ยมทองหลักแสนตกอยู่ที่พื้น

พัทยา-(23 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 20.30 น. ร.ต.อ.อนุพงษ์ พวงพี่ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านปลาทองซีฟู้ด นาเกลือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.จักรทิพย์ ธาราพันธกุล ผกก.สภ.บางละมุง ก่อนนำกำลังรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายยุทธการ กลั่นมั่น ยืนข้างรถยนต์หรูบีเอ็มดับเบิ้ลยู ในมือกำพระเครื่องไว้แน่นด้วยความรักและหวงแหน พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หลังจากทำธุระเสร็จก็ได้เดินมาขึ้นรถ เมื่อเปิดประตูกำลังก้าวเท้าขึ้นรถ มีคนร้ายเป็นวัยรุ่นขับขี่จยย.มาคนเดียว เข้ามาประกบแล้วเอื้อมมือมากระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท แล้วซิ่งจยย.หลบหนีไป แต่คนร้ายได้ทำพระเครื่องชื่อดังราคาหลักแสนเลี่ยมทองตกไว้ จึงรีบวิ่งไปเก็บพระเครื่องมาเก็บไว้ หลังเกิดเหตุตั้งสติได้ก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีผ่านไปแต่ก็ไร้วี่แวว พ.ต.อ.จักรทิพย์ ผกก.สภ.บางละมุง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย เร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้เสียหายจำลองเหตุการณ์ ที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ เพื่อให้ประชาชนได้ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งวิ่งราวรายนี้ต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

คนร้ายอุกอาจควงปืนจี้ชิงทรัพย์ แม่นักมวยดีกรีแชมป์โลก

พัทยา-(23 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.ต.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในซอยบุญสัมพันธ์ 14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยวไม่มีแม้แต่ไฟส่องสว่าง โดยมี นางปราณี กลิ่นมี อายุ 48 ปี เป็นผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนจี้บังคับเอาเงินไปจำนวน 19,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง จากนั้นก็พากัน ซิ่งจยย.หลับหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

สอบถาม นางปราณี ได้เล่าว่าว่าในขณะที่ได้ขับขี่จยย.เข้ามาภายในซอยดังกล่าวมีชายวัยรุ่น 2 คนรูปร่างเล็ก คนขับสวมเสื้อสีขาว คนซ้อนสวมเสื้อสีแดง สวมหมวกกันน็อคนิรภัยปิดบังใบหน้า เข้ามาปาดหน้ารถจนเสียหลักเข้าข้างทาง คนซ้อนท้ายก็ชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะแล้วบังคับให้ส่งทรัพย์สิน ภายในผ้ากันเปื้อนไป ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ขายข้าวแกงได้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด เนื่องจากการก่อเหตุอย่างอุกอาจและไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ข่าวยังรายงานอีกว่านางปราณี (ผู้เสียหายนั้น) เป็นมารดาของ นายสม กลิ่นมี หรือ สุดสาคร ส.กลิ่นมี นักมวยชื่อดังระดับประเทศ เป็นนักมวยผู้ครองแชมป์โลกรายการเวิลด์คิกบ็อกซิ่งเน็ตเวิร์กมวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวท วันที่16 ธันวาคม พ.ศ. 2555 อีกด้วย

ภาพ/ข่าว Ku Salick

โจรแสบพัทยากระชากสร้อยหัวหน้าไกด์ชาวจีน ก่อน

โจรแสบพัทยากระชากสร้างหัวหน้าไกด์ชาวจีนก่อน ซิ่งจักรยานยนต์เผ่นหนีลอยนวล ด้านตำรวจเร่งไล่ล่าก่อนจะไปเหตุกับประชาชนรายอื่น

พัทยา-(24 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เหตุเกิดถนนเส้นเพชรตระกูล ฝั่งขาออกพัทยาเหนือ ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ MR.TAO YINGJIE อายุ 34 ปี หัวหน้าไกด์ชาวจีน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านล่ามแปลภาษาว่าถูกคนร้ายขับขี่ จยย.มาคนเดียวเข้ามาประกบแล้วกระชากสร้อยคอทองคำมูลค่า 20,000 หยวน แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

สอบถาม นายไต๋ ดอนแสง อายุ 44 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ว่าจ้างให้ไปส่งยังที่พัก หลังจากผู้เสียหายได้ขึ้นซ้อนท้าย จังหวะนั้นได้มีตนร้ายเข้ามากระชากสร้อยจนผู้เสียหายร้องโวยวายและบอกว่าถูกกระชากสร้อย ตนเองพยายามติดตามไปแต่ก็ไม่ทันจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีผ่านไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุมาแล้วในพื้นที่บางละมุง

อย่างไรก็ตามแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนรายอื่นต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

วินจยย. รับจ้างพัทยาสุดโหด หลังเมาเที่ยวสงกรานต์ควงปืนปลอมทุบหัวหนุ่มพนักงานโรงแรมเจ็บ

พัทยา-(19 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.อ.เชาวลิต สวรรณมณี รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในอพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อภายในซอย 9 พัทยาใต้ ม. 10 ตฬหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรีบไปตรวจสอบ

บริเวณปากซอยที่เกิดเหตุพบ นายโชติกา ประชุมเหล็ก อายุ 27 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งย่านพัทยา ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในอาการหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นเทา ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกของแข็งทุบจนแตกมีเลือดไหล ตามร่างกายยังพบรอยเขียวช้ำหลายจุด เมื่อรวบรวมสติเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟัง ว่าวินจยย.รับจ้างที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกัน บุกเขาไปทำร้ายร่างกายถึงห้องพัก ด้วยความกลัวและได้รับบาดเจ็บตนเองพยายามยกมือไหว้ขอโทษขอโพย ทั้งที่ไม่ทราบว่าทำอะไรผิดก็ตาม แต่ผู้ก่อเหตุไม่สนใจคำอ้อนวอนชักอาวุธปืนทุบศีรษะจนแตก แล้วเดินกลับเข้าห้องไปอย่างน่าตาเฉย หลังเกิดเหตุตนเองรู้สึกกลัวมากจึงรีบแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้คาห้องพักทราบชื่อคือ นายนันทวุฒิ ช่างไม้ อายุ 31 ปี อาชีพขับวินจยย. รับจ้างอยู่บริเวณปากซอยที่เกิดเหตุ พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนปลอมที่ทำเลียนแบบของจริง โดย นายนันทวุฒิ ยอมรับว่าตนเองก่อเหตุจริง ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนเองนั้นได้ไปเที่ยวสงกรานต์และดื่มสุราจนเมา ประกอบกับตนเองเป็นคนที่นี่ตั้งแต่กำเนิดถือว่าเป็นเจ้าถิ่น เมื่อถูกผู้บาดเจ็บด่าทอเลยยอมไม่ได้จึงก่อบันดาลโทสะทำร้ายร่างกายเพื่อสั่งสอนดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายนันทวุฒิ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

อุโมงค์น้ำริมหาดพัทยาล้มไม่เป็นท่าทับคนงานเจ็บ 2 ราย

พัทยา-(18 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุโครงเหล็กอุโมงค์น้ำที่ตั้งอยู่ริมชายหาดพัทยา บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช ล้มลงมาทับคนงานได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบโครงเหล็กสูงประมาณ 8 เมตร ที่สร้างเป็นอุโมงค์น้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวเล่นในวันไหลพัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้ในวันไหลพัทยา (19 เม.ย. 60) สภาพเสาทั้ง 4 ด้านล้มครืนลงมาจนคานเหล็กที่สร้างครอบถนนอยู่ด้านบน หล่นลงมาทับรถยนต์ชาวบ้านเสียหายเล็กน้อย 1 คัน และกีดขวางการจราจรทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้

นอกจากนี้ยังมีพนักงานฝ่ายสวนสาธารณะ ส่วนส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ถูกโครงเหล็กทับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขา 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.เมืองพัทยา ส่วนพนักงานที่เหลือต่างพากันรีบถอดส่วนประกอบเพื่อรื้อโครงเหล็กออกจากถนน ก่อนขนขึ้นรถบรรทุกนำไปเก็บไว้ พร้อมกับเปิดการจราจรตามปกติ

สอบถามหนึ่งในพนักงานฝ่ายสวนสาธารณะ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นำกำลังมาย้ายอุโมงค์น้ำจากจุดดังกล่าวไปไว้ที่หน้า สภ.เมืองพัทยา เพราะว่าทางศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช จะใช้พื้นที่ตั้งเวทีคอนเสิร์ตโดยที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ได้ติดตั้งโครงเหล็กและระบบน้ำไว้หมดแล้ว โดยในระหว่างช่วยกันยกเสาค้ำยันคานอุโมงค์น้ำอยู่นั้น จู่ๆ เสาเกิดล้มครืนลงมาทับขาพนักงาน 2 รายจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว ภายหลังจึงช่วยกันรื้อโครงเหล็กนำไปเก็บไว้ และยกเลิกการติดตั้งอุโมงค์น้ำช่วงดังกล่าวไปโดยปริยาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะได้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาข้อสรุปและผู้ที่จะมารับผิดชอบความเสียหายต่อไป

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

เฒ่าแดนกิมจิถูกโจรหนุ่มสาวกระชากกระเป๋าสูญทรัพย์กว่า 30,000 บาท

พัทยา-(17 เม.ย. 60) เมื่อเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณใกล้เคียงโรงแรมไดยาน่า ริมถนนพัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บาละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ MR.YUN KWANG JIN อายุ 65 ปี สัญชาติเกาหลี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านล่ามแปลภาษาว่า ในขณะที่กำลังเดินเท้ากลับที่พักมีชายวัยรุ่นขับขี่จยย. โดยมีผู้หญิงผมยาวนั่งซ้อนท้ายเอื้อมมือมากระชากกระเป๋าสะพาย ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินสด 20,000 บาท โทรศัพท์ มือถือ 1 เครื่อง ราคาประมาณ 15,000 บาท และเอกสารสำคัญหลายรายการ ก่อนพากันเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

สอบถาม น.ส.อ้อมตะวัน เชลิอุส อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ขณะนั้นเห็นชายวัยรุ่นขับขี่จยย. มากันสองคนกับผู้หญิง ก่อนจะได้ยินเสียงชาวต่างชาติตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ว่าถูกกระชากกระเป๋า จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ภาพ/ข่าว Ku Salick

ตร.เลือดศิลปิน เตรียมจัดดนตรี หารายได้สมทบ “ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน”

ตำรวจเลือดศิลปิน “ไก่ ไอดิน” พร้อมเพื่อนร่วมสถาบัน เตรียมจัดกิจกรรมดนตรี อธิฐาน ขอเป็นข้าของแผ่นดิน หารายได้เข้าสมทบ “ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นกองทุนช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ ตำรวจ ทหาร

ที่ สวนนงนุชพัทยา พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.พัทยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดร.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ และ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ร่วมเป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดกิจกรรมดนตรี อธิฐาน ขอเป็นข้าแผ่นดิน ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วม

พ.ต.อ.ดร.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ หรือไก่ ไอดินประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมดนตรี อธิฐาน ขอเป็นข้าแผ่นดิน จัดขึ้นเพื่อเป็นการหารายได้เข้าสมทบใน “ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อหารายได้นำมาใช้จ่ายเป็นกองทุนช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และครอบครัวที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปกป้องอธิปไตยของชาติ อาทิ สนับสนุนงานป้องกันปราบปรามให้หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ร้องขอมาเป็นระยะๆ อีกทั้ง สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรมอื่น มาเป็นระยะเวลา กว่า 10 ปี

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. บัตรเข้าชมงาน มี 2 ราคา 1,000 บาท และ2,000 บาทต่อ 3 ท่าน โดยทางชมรมฯมอบหมายให้สมาชิกนำบัตรออกจำหน่ายในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรีและใกล้เคียงต่อไป

ตร.พัทยาซ้อนแผนจับหนุ่มบาร์เกย์ฉกแหวนทองเดินออกจากร้าน เผยประวัติโชกโชน

จากกรณีคนร้ายเป็นชายไทยจำนวน 1 คน ทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปเลือกขอดูแหวนทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 2 สลึง ก่อนอาศัยช่วงจังหวะเจ้าของร้านเผลอหยิบแหวนวงดังกล่าวเดินออกจากร้านไปอย่างหน้าตาเฉย โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์และรูปร่างคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน เหตุเกิดขึ้นที่ ห้างทองบัวขาว พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 เมษายน 2560 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.ฯ ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส.ฯ และกำลังชุดสืบสวน สามารถจับกุมตัวคนร้ายแล้ว ทราบชื่อคือนายนายชัยชาญ หรือต้า ภู่ศิลป์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีวิ่งราวทรัพย์ของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.144/2560 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2560

พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ก่อนจะทราบว่านายชัยชาญ เป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ จึงรวบรวมพยานและหลักฐานอนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ ก่อนได้สืบทราบว่านายชัยชาญ หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีกบดานไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงนำกำลังไปจับกุมตัวแต่ปรากฏว่านายชัยชาญ ไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมไปได้
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาพยายามติดตามตัวมาหลายวันแต่ก็ไม่สามารถจับกุมได้ จึงใช้วิธีส่งสายลับติดต่อกับนายชัยชาญ โดยออกอุบายให้นายชัยชาญมาชดใช้ค่าเสียหายและค่าปรับอีกจำนวนหนึ่ง โดยทางเจ้าของร้านทองจะยินยอมไม่ผิด ระหว่างนายชัยชาญกำลังยืนเงินชดใช้ค่าเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นพนักงานร้านทองจึงแสดงหมายจับเข้าทำการจับกุมตัวนายชัยชาญทันที ทำเอานายชัยชาญ คอตกหลังจากถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุม

เบื้องต้น นายชัยชาญ ให้การรับสารภาพว่า ปกติได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานเต้นอยู่ที่บาร์เกย์แห่งหนึ่ง ย่านถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา ซึ่งยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้จริง เนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้หนี้เอเย่นต์ยาเสพติดและเที่ยวเตร่ช่วงวันสงกรานต์

นอกจากนี้ยังพบว่า นายชัยชาญ เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อีกทั้งได้หลบหนีหมายจับคดีข่มขืนและอนาจาร ในพื้นที่ สภ.หนองปิง จ.นครสวรรค์ อีกด้วย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตำรวจกำลังต้องการตัวอยู่พอดี อย่างไรก็ตามจึงควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย