คลังเก็บป้ายกำกับ: ตำรวจ

ตร.พัทยาซ้อนแผนจับหนุ่มบาร์เกย์ฉกแหวนทองเดินออกจากร้าน เผยประวัติโชกโชน

จากกรณีคนร้ายเป็นชายไทยจำนวน 1 คน ทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปเลือกขอดูแหวนทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 2 สลึง ก่อนอาศัยช่วงจังหวะเจ้าของร้านเผลอหยิบแหวนวงดังกล่าวเดินออกจากร้านไปอย่างหน้าตาเฉย โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์และรูปร่างคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน เหตุเกิดขึ้นที่ ห้างทองบัวขาว พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 เมษายน 2560 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.ฯ ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส.ฯ และกำลังชุดสืบสวน สามารถจับกุมตัวคนร้ายแล้ว ทราบชื่อคือนายนายชัยชาญ หรือต้า ภู่ศิลป์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีวิ่งราวทรัพย์ของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.144/2560 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2560

พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ก่อนจะทราบว่านายชัยชาญ เป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ จึงรวบรวมพยานและหลักฐานอนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ ก่อนได้สืบทราบว่านายชัยชาญ หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีกบดานไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงนำกำลังไปจับกุมตัวแต่ปรากฏว่านายชัยชาญ ไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมไปได้
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาพยายามติดตามตัวมาหลายวันแต่ก็ไม่สามารถจับกุมได้ จึงใช้วิธีส่งสายลับติดต่อกับนายชัยชาญ โดยออกอุบายให้นายชัยชาญมาชดใช้ค่าเสียหายและค่าปรับอีกจำนวนหนึ่ง โดยทางเจ้าของร้านทองจะยินยอมไม่ผิด ระหว่างนายชัยชาญกำลังยืนเงินชดใช้ค่าเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นพนักงานร้านทองจึงแสดงหมายจับเข้าทำการจับกุมตัวนายชัยชาญทันที ทำเอานายชัยชาญ คอตกหลังจากถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุม

เบื้องต้น นายชัยชาญ ให้การรับสารภาพว่า ปกติได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานเต้นอยู่ที่บาร์เกย์แห่งหนึ่ง ย่านถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา ซึ่งยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้จริง เนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้หนี้เอเย่นต์ยาเสพติดและเที่ยวเตร่ช่วงวันสงกรานต์

นอกจากนี้ยังพบว่า นายชัยชาญ เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อีกทั้งได้หลบหนีหมายจับคดีข่มขืนและอนาจาร ในพื้นที่ สภ.หนองปิง จ.นครสวรรค์ อีกด้วย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตำรวจกำลังต้องการตัวอยู่พอดี อย่างไรก็ตามจึงควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ตำรวจ-ชาวบ้านไล่จับงูเหลือมยักษ์ยาวเกือบ 5 เมตร

พัทยา-ผู้สื่อข่าวได้รับภาพคลิปวีดีโอวินาทีจับงูเหลือมยักษ์ จาก ส.ต.ท.ปวเรศ บรรจง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกับเล่านาทีระทึกด้วยว่า ขณะที่กำลังตรวจตราป้องกันเหตุอยู่ในพื้นที่รับชอบ ระหว่างนั้นได้รับแจ้งว่ามีงูเหลือมขนาดซ่อนอยู่ในพื้นที่ปรับสภาพ บริเวณป้อมยาม เขาพระตำหนัก ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ภายหลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกลุ่มคนงานกำลังใช้อุปกรณ์ล้อมจับงูเหลือมขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 4.5 เมตร แต่ด้วยนิสัยเจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวมีนิสัยดุร้าย พยายามเลื้อยกัดกลุ่มเข้ามาใกล้เพื่อจะหลบหนี สุดท้ายกลุ่มคนงานต้องใช้รถแบคโฮ โดยบังคับที่ตักกดทับเจ้างูเหลือมตัวเพื่อไม่ให้หลบหนี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านจะช่วยกันจับเอาไว้ได้ในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำงูเหลือมตัวดังกล่าว ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียวต่อไป

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ตร.พัทยา ลุยตรวจสอบทางขึ้นเขาทัพพระยากวาดล้างบุคคลเตร็ดเตร่และแฝงตัวค้าประเวณี

พัทยา-(16 ก.ย. 59) เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง สวป.สภ.เมืองพทัยา นำกำลังเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบบริเวณถนนทางขึ้นเขาทัพพระยา ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนว่าบริเวณดังกล่าวมีบุคคลเร่ร่อนเตร็ดเตร่อาศัยบริเวณดังกล่าวมั่วสุมยาเสพติด และลักลอบขายบริการทางเพศ

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอาศัยร่มไม้บนเขาทัพพระยาจัดตั้งเป็นเพิงพักอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถึงกับผงะ เนื่องจากพบบางจุดจัดทำเป็นห้องให้บริการทางเพศและมีถุงยางอนามัยจำมากทั้งที่ใช่แล้วและยังไม่ได้ใช้ตกอยู่ทั่วบริเวณ จึงทำการควบคุมผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวไปสอบสวนต่อยังโรงพักพัทยา

image

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาอย่างรุนแรง จึงควบคุมตัวทั้งหมดทำประวัติไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีที่มีความผิดเกี่ยวกับการเป็นบุคคลเร่ร่อนเตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมตามลำดับ

รวบหนุ่มสาวลอบขาย “บุหรี่ไฟฟ้า” ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์

พัทยา-(13 ก.ย. 59) เมื่อเวลา 23.00 น. ร.ต.ท.เชาวลิต สุวรรณมณี รองสวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ร่วมกันจับกุม นายภาณุวัฒน์ สุบรรณ ณ อยุธยา อายุ 21 ปี และน.ส.ไพรินทร์ รอบแคว้น อายุ 35 ปี พร้อมของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 8 ตัว หัวแต่ง 6 ตัว น้ำยากลิ่นผลไม้ต่างๆ จำนวน 40 ขวด ที่ภายในซอยบงกช พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

s__53395460

สืบเนื่องจากได้รับทราบจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จึงให้สายลับทำการติดต่อซื้อสิ้นค้าในราคา 2,000 บาท จากนั้นได้นัดส่งของกันภายในซอยบงกช เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นพบกระเป๋าเป้สีแดงอยู่ภายในรถตรวจสอบพบบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยากลิ่นผลไม้จำนวนมากดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

ทหาร-ตำรวจ ลงตรวจสถานบันเทิงฝ่าฝืนคำสั่งคสช.

พัทยา-(8 ก.ย. 59) เมื่อเวลา 01.00น.ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย จันลา รองสวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ร.ต.สุวิทย์ ลากลาง รองผบ.หัวหน้าชุด คสช.พื้นที่อำเภอบางละมุง พร้อมกำลัง ร่วมตรวจสอบสถานบันเทิงภายในซอยชัยพูล ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สืบเนื่องมาจากได้รับการแจ้งว่าร้าน เดอะ เพล พัทยา ซึ่งเคยถูกสั่งปิด 5 ปี ตามคำสั่ง คสช. แต่ยังมีการลักลอบเปิดให้บริการ จึงนำกำลังบุกเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงร้านพบว่าหน้าร้านได้มีการตกแต่เตรียมจัดงานปาร์ตี้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบใบอนุญาตและประวัติพนักงาน พบว่าไม่มีใบอนุญาตเปิดถานบริการ

ตรวจสอบพบว่ามีนายเจษฎา ศรีรอด อายุ 30 ปี รับเป็นเจ้าของร้านโดยให้การว่าตนเองได้เซ้งกิจการต่อมาจากเจ้าของเก่าในราคาถูก แต่เจ้าของเก่าไม่ได้บอกกล่าวว่าร้านถูกเจ้าหน้าที่สั่งปิด 5 ปี ซึ่งตนเองก็ไม่ได้คิดที่จะฝ่าฝืนคำสั่งแต่อย่างใด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการเปิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่สั่งปิด 5 ปี จะต้องเชิญตัวเจ้าของเก่ามาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

ตร.พัทยา บุกจับพ่อค้าขายบุหรี่ฟ้าตลาดนัดกลางเมืองพัทยา

พัทยา-(4 ก.ย. 59) เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าที่ตลาดนัดเปิดท้ายการเคหะเทพประสิทธิ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยากลิ่นผลไม้ ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้าม ตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ให้แก่วัยรุ่นในพื้นที่ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ ปิ่นรัตน์ สว.สส. นำกำลังชุดสืบสวนไปตรวจสอบ

image

เมื่อไปถึงพบ นายอนุสรณ์ เทียมศรี อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี พ่อค้า ได้เปิดวางแผงให้เห็นเด่นชัดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมทั้งตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 6 ตัว ชุดแต่งบุหรี่ไฟฟ้า 1 กล่อง น้ำยาผลไม้ชนิดต่างๆ 80 ขวด รวมมูลค่า 30,000 บาท จากนั้นจึงควบคุมตัวสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา

image

เบื้องต้น นายอนุสรณ์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าจำหน่ายให้กับลูกค้าตัวละ 1,000 บาท สำหรับน้ำยากลิ่นผลไม้ชนิดต่างๆ ขวดละ 330 บาท พร้อมทั้งรับแต่งบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย โดยเปิดขายมาได้เพียง 2 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหา ได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหา “ขายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา โดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี

ภาพ/ข่าว Ku Salick

กะเทยพัทยาระบาด ออกปลดสร้อยคอนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ก่อนเผ่นหนีลอยนวล

พัทยา-(17 ก.ค. 59) เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกคนร้ายก่อเหตุปลดสร้อย เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงแรมโมนาเพลส ภายในซอย 14 พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้สายตรวจเขตรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวทราบชื่อ MR.SHAILESH KUMAR อายุ 34 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอินเดีย เจ้าของร้านโทรศัพท์ มือถือที่ต่างประเทศ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้การผ่านล่ามแปลภาษาว่า ถูกสาวประเภทสองเข้ามาทำทีกอดจูบ ลูบไล้ แล้วอาศัยจังหวะเผลอปลดสร้อยคอทองคำราคา 12,000 บาท แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่มีเพื่อนร่วมทีมจอดรออยู่ ก่อนพากันหลับหนีไปตามถนนเส้นพัทยาสายสาม ตนเองจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ดูรูปพรรณสัณฐานเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว Ku Salick

ล่าระทึก! สองหนุ่มพกยาไอซ์ซิ่งจยย.แหกด่าน หนีตายทั่วเมืองพัทยา

พัทยา-(10 ก.ค. 59) เมื่อเวลา 23.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.วุฒิกรณ์ ปลอดโปร่ง รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและอาสาสมัคร ตั้งด่านตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย เพื่อหาสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณถนนสาย 3 พัทยาเหนือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามนโยบาย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ต้องสงสัยเป็นวัยรุ่นจำนวน 2 คน ทราบชื่อคือนายเพิ่มทรัพย์ บุตรสะ อายุ 18 ปี คนขับ โดยมีนายจักรกฤษ อัมไพชา อายุ 19 ปี นั่งซ้อนท้าย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน จมว 246 ชลบุรี แสดงท่าทีมีพิรุธเมื่อเห็นด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงเรียกเพื่อขอตรวจค้น

image

ปรากฏว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ไม่ยอมให้ตรวจค้นได้เร่งเครื่องรถจักรยายนต์ฝ่าด่านตรวจหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับแจ้งลูกข่ายสกัดจับตามเส้นทางหลบหนี เมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้างนำชัย โฮมอิเล็คทรอนิค ถนนสุขุมวิทพัทยากลาง

จากนั้น ผู้ต้องสงสัย ได้เร่งเครื่องชนเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาสมัครจำนวน 2 นาย ที่กำลังดักจับกุมอยู่ จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนที่รถจักรยานยนต์ผู้ต้องสงสัยจะเสียหลักพลิกคว่ำ และถูกเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเอาไว้ได้ โดยทำต้องเหนื่อย หลังจาก ผู้ต้องสงสัย หลบหนีวนรอบเมืองพัทยา ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร

image

ตรวจสอบบริเวณซอย 51 สุขุมวิท ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีผ่านมา พบยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง ถูกบรรจุอยู่ในซองบุหรี่ ยี่ห้อ แอลเอ็ม ตกอยู่ที่พื้นบริเวณกระถางต้นไม้ โดย ผู้ต้องสงสัย ยังให้การปฏิเสธว่ายาไอซ์ดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้น ยืนยันได้ว่ายาไอซ์ดังกล่าว เป็นของผู้ต้องสงสัยจริง ในระหว่างหลบหนี นายจักรกฤษ คนนั่งซ้อนท้าย ได้เป็นผู้ขว้างทิ้งบริเวณข้างถนน อย่างไรก็ตาม คงจะต้องนำภาพกล้อวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมกับนำยาไอซ์ ส่งตรวจหา DNA เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยต่อไป

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ลงทุนควักกระเป๋าพร้อมปรับเปลี่ยนโฉมโรงพักพัทยา

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ลงทุนควักกระเป๋าปรับโฉมโรงพักพัทยาใหม่ให้สวยงามและเป็นระเบียบ ชี้เป็นสถานีตำรวจที่บริการประชาชนและชาวต่างชาติมากที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศต้องมีความพร้อมทั้งภายนอกและภายใน

พัทยา-(2 ก.ค. 59)พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา “ผู้กำกับนักพัฒนาจากแดนใต้” เปิดเผยว่าด้วยสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาเป็นสถานีตำรวจที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาติดต่อราชการเป็นจำนวนมากอันดับต้นๆ ของประเทศ เนื่องด้วยเมืองพัทยาเป็นเมืองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีนักธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการต่างๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากจึงมีปัญหาที่ต้องพึ่งพาตำรวจมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ตนเองจึงได้ใช้งบประมาณส่วนตัวในการปรับภูมิทัศน์ทั้งภายนอกและภายในของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา โดยจัดทำพื้นที่ลานจอดรถยนต์บริเวณหน้าสถานีใหม่เพื่อรองรับรถยนต์ที่มาติดต่อราชการกับทางสถานี และในส่วนรถจักรยานยนต์จะปรับพื้นที่จอดรถโดยรอบอาคาร พร้อมทาสีตัวอาคารใหม่ทั้งหมด และภายในจะมีการปรับปรุงระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานใหม่ด้วยเช่นกัน

ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่าการเดินทางมารับตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองพัทยาในครั้งนี้มาด้วยใจ และด้วยที่ผ่านมาไม่ว่าจะปฏิบัติราชการอยู่ที่ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หรือ สภ.กันตรัง จ.ตรัง ก็จะพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้ประชาชาที่มาติดต่อราชการได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดโดยมุ่งหวังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

ในส่วนของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยานั้นถือเป็นหน้าตาของประเทศเพราะต้องการบริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาพักผ่อนอยู่เป็นประจำ จึงจำเป็นต้องปรังปรุงภูมิทัศน์ของสถานีตำรวจให้เป็นหน้าตาและเกิดความเลื่อมใสศรัทธา เรามีการนำเอาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มาประดับไว้พร้อมธงชาติไทยและธงชาติประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

นอกจากนี้จะได้จัดประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ตามวโรกาสมหามงคลหรือวันสำคัญต่างๆ ด้วยเช่นกันเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และเพื่อความเป็นสากลสำหรับผู้มาท่องเที่ยวเมืองพัทยาและผู้มาติดต่อราชการยังสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาต่อไปด้วย

ภาพ/ข่าว ศูนย์ข่าวลับโคมันยอง

ตร.พัทยาแถลงข่าวจับผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดอาวุธปืน

image

พัทยา-(26 มิ.ย. 59) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเอเย่นต์ค้ายาเสพติด และคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน ได้ผู้ต้องหารวม 4 คน ประกอบด้วย นายสุนทร สีฉิม อายุ 35 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 1.98 กรัม และยาบ้า 9 เม็ด ,นายสุนทร รักษาเถื่อน อายุ 34 ปี ของกลางยาไอซ์ 4 ถุงน้ำหนักรวม 2.89 กรัม ,นายสราวุธ หรือเต๋า สี่สิงห์ อายุ 27 ปี ของกลางอาวุธปืนพกสั้นขนาด 7.65 มม. จำนวน 1 กระบอก และ 4.น.ส.ยุพวัน ยอดประทุม อายุ 34 ปี ของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 0.30 กรัม โดยรายสุดท้ายได้ส่งตัวฟ้องศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว

image

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ในส่วนของนายสราวุธ หรือเต๋า สี่สิงห์ ก่อนหน้านี้เคยถูกจับในคดีใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่คู่อริในซอยสุขุมวิท-พัทยา 60 ย่านพัทยาใต้ มาแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการประกันตัวออกไปสู้คดี กระทั่งเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ นายสราวุธ ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่แฟนสาวชื่อ น.ส.บัณฑิตา ชาวดง อายุ 20 ปี เหตุเกิดที่ห้องพัก ภายในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ ก่อนหลบหนีไป แต่ต่อมาก็ถูกตำรวจชุดสืบสวนตามจับได้ขณะหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเลขที่ 39 ถนนเทพประสิทธิ์ ซอย 5 ย่านจอมเทียน ก่อนคุมตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่แฟนสาวของตัวเองจริง และยังเสพยาบ้ามาอีกด้วย

image

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการจับกุมผู้ต้องหาจำหน่ายยาเสพติดและอาวุธปืนในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป และหาวิธีป้องกันอาชญากรรมต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลกต่อไป

ภาพ/ข่าว รุ่ง อินดี้