ตร.ตามรวบเทรนเนอร์ค่ายมวย ทำร้ายสาวอุซเบฯ แล้วชิงทรัพย์เผ่นหนี

กรณี น.ส.ยูราซาเลียว่า ฟีรูซ่า (Miss.Urazalieva Feruza) อายุ 26 ปี สัญชาติอุซเบกิสถาน ถูกชายไทยนิสัยดีที่เพิ่งรู้จักกันที่ชายหาดพัทยา ลงมือทำร้ายร่างกายแล้วชิงทรัพย์หลบหนีไป เหตุเกิดภายในห้องพักหมายเลข S5 “เดอะริชโฮม” ถนนพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 15 มิ.ย.59 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสคร รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท. พร้อมกำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมนายสุกิจ หรือเหยิน วรรักษ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ 6 ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.ยูราซาเลียว่า แล้วชิงทรัพย์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง หนังสือเดินทางของ น.ส.ยูราซาเลียว่า 1 เล่ม เสื้อเชิ้ตแขนยาวของผู้ต้องหาที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และกุญแจห้อง 2 ดอก โดยมีผู้เสียหายยืนยันชี้ตัว

โดย นายสุกิจ หรือเหยิน รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงพร้อมกับให้การอ้างว่า ปกติตนเองมีอาชีพเป็นเทรนเนอร์สอนมวยไทยให้กับชาวต่างชาติอยู่ที่ค่ายมวยแห่งหนึ่งในเมืองพัทยาและที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในคืนวันเกิดเหตุพบกับ น.ส.ยูราซาเลียว่า ที่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามซอย 13/3 ย่านพัทยาใต้ ก่อนซื้อบริการในราคา 1,000 บาท แล้วพาไปเที่ยวต่อที่วอล์คกิ้งสตรีท ก่อนไปลงเอยกันที่โรงแรมเดอะริชโฮม ระหว่างที่นอนหลับอยู่นั้น น.ส.ยูราซาเลียว่า ได้มาล้วงกระเป๋ากางเกงของตนเหมือนจะขโมยทรัพย์สิน ทำให้ตนสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกัน ภายหลังตนจึงลงมือต่อยใบหน้า น.ส.ยูราซาเลียว่า ไปหลายครั้ง ก่อนฉวยจังหวะนั้นหยิบกระเป๋าสะพายของสาวอุซเบฯคนดังกล่าวไป จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับได้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ออกสืบสวนหาข่าว กระทั่งไปพบนายสุกิจ หรือเหยิน ยืนอยู่ริมชายหาดพัทยา ใกล้เคียงกับสะพานท่าเทียบเรือเก่า ปากทางเข้าถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัววิ่งหนีลงไปในทะเล เจ้าหน้าที่จึงต้องวิ่งลุยน้ำตามลงไปจนสามารถรวบตัวไว้ได้อย่างทุลักทุเล ก่อนคุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักพบของกลางของผู้เสียหายจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบประวัติพบว่า เคยถูกจับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจนถูกจำคุกอยู่ 3 ปีกว่า และเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน ก่อนที่จะมาก่อเหตุกับสาวอุซเบกิสสถานดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกับคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว รุ่ง อินดี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *