พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการ ที่ สนามบินอู่ตะเภา

สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินหลักของกำลังอากาศนาวี ก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 นับจนถึงปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภาได้เปิดใช้งานมาถึง 50 ปีแล้ว ด้วยตำบลที่ และขนาดของสนามบิน โดยเฉพาะความยาว และความแข็งแรงของทางวิ่ง( Runway) ทางขับ(Taxiway) และลานจอดรถ(Apron) ทำให้สนามบินอู่ตะเภาสามารถรองรับอากาศยานได้ทุกประเภทแม้กระทั่งเครื่อง Airbus 380 ที่เป็นเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน หรือเครื่องบิน Antronov 225 ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่งที่ใหญ่ที่สุด สามารถขึ้น-ลง สนามบินอู่ตะเภาได้อย่างปลอดภัย

S__1327141

จากศักยภาพของสนามบินทำให้รัฐบาลได้เพิ่มวัตถุประสงค์การใช้งานสนามบินอู่ตะเภาจากการใช้งานทางทหารเพียงอย่างเดียว เป็นให้สามารถรองรับการใช้งานทางพลเรือนได้ด้วย เริ่มจากการประกาศให้เป็นสนามบินสำรองของท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อ พ.ศ. 2517 ต่อมาประกาศให้เป็นสนามบินศุลกากร (ใช้ขนส่งสินค้าได้) เมื่อ พ.ศ. 2519 จนกระทั่งเมื่อปี 2532 กระทรวงคมนาคมได้ประกาศให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานนานาชาติโดยมีกองทัพเรือเป็นผู้บริหารงาน จะเห็นได้ว่าสนามบินอู่ตะเภามีฐานะเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่กองทัพเรือบริหารงานมาเกือบ 30 ปีแล้ว

ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาได้ให้ปริการกับเที่ยวบินในลักษณะต่างๆ ตามความต้องการของธุรกิจในแต่ละห้วงเวลา ทั้งการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสารทั้งที่เป็นเที่ยวบินประจำ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำในห้วงฤดูกาลท่องเที่ยว มีเส้นทางการบินทั้งในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศไปยังทั้งยุโรปและเอเชีย มีสายการบินของทั้งไทย และต่างประเทศมาใช้บริการเสมอมา อย่างไรก็ดี จากการขยายตัวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้ผู้มาใช้บริการที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นผู้โดยสารที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการท่องเที่ยวที่เมืองพัทยาเป็นหลัก

S__1327145

จากการที่สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยได้รับการนิยมอย่างแพร่หลาย ธุรกิจท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วประกอบการเดินทางโดยเครื่องบินที่นิยมมากขึ้นทำให้จำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองมีความคับคั่งมากขึ้น รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาให้สามารถรองรับผู้โดยสารให้มากขึ้น โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และร่วมกับกองทัพเรือพัฒนาอาคารสถานที่ของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา นอกจากนี้การขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินทำให้ความต้องการด้านการซ่อมบำรุงสนามบินเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงมีนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ทั้งเรื่องการตั้งนิคมซ่อมบำรุงอากาศยาน การพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานด้านต่างๆ ตามแผน New S – curve ซึ่งท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาดังกล่าว ด้วยตำบลที่มีรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ และขนาดของสนามบินดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

กองทัพเรือตระหนักดีถึงหน้าที่ในการส่งเสริมความเจริญของประเทศ เนื่องด้วยความมั่นคงและมั่งคั่ง จะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่กันไปอย่างสมดุลเพื่อให้มีส่วนส่งเสริมซึ่งกันและกัน ความแข็งแกร่ง ด้านความมั่นคงจะทำให้ธำรงรักษาทรัพยากรไว้ได้ และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน ในขณะที่ความมั่งคั่งจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี รัฐบาลมีรายได้เพียงพอสำหรับการส่งเสริมความสามารถของกองทัพในการรักษาความมั่นคงของประเทศ กองทัพเรือจึงมุ่งมั่นที่จะใช้ศักยภาพที่มีอยู่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติอย่างเต็มความสามารถ จากตำบลที่ของสนามบินอู่ตะเภาที่อยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศ แหล่งพลอยที่รู้จักกันทั่วโลก และใกล้ท่าเรือขนาดใหญ่หลายแห่ง ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทำให้การพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะมีส่วนสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

S__1343490

นอกจากการวางแผนเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มความสามารถในการรับผู้โดยสาร และการเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแล้ว กองทัพเรือได้มีแนวคิดในการเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องดังกล่าว และใช้ศักยภาพที่มีอยู่เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินอย่างครบวงจร โดยจัดเตรียมแผนงานสำหรับการส่งเสริมให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นศูนย์การขนส่งสินค้าทางอากาศ และเป็นศูนย์ฝึกบุคลากรด้านธุรกิจการบิน ทั้งการฝึกนักบิน ช่าง และบุคลากรสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากดำเนินการได้ครบถ้วนจะทำให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการด้านอุตสาหกรรมการบินอย่างครบวงจร ทั้งนี้การวางแผนในเรื่องดังกล่าวได้คำนึงความรวดเร็วในการเริ่มดำเนินการ และการลงทุนเฉพาะในเรื่องที่จำเป็น โดยพิจารณาใช้โครงสร้างสนามบินที่มีอยู่แล้ว อาทิการจัดวางผังพื้นที่คลังสินค้าให้สามรถใช้ลานจอดเครื่องบินขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้วได้ทันที และอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกับศูนย์อุตสาหกรรมซ่อมอากาศยาน รวมทั้งสามารถต่อเชื่อมกับโครงข่ายการคมนาคมภายนอกได้สะดวก การจัดวางพื้นที่ศูนย์อบรมให้ต่อเชื่อมกับโรงซ่อมอากาศยาน และคลังขนส่งสินค้า เพื่อให้ง่ายต่อการฝึกงานของผู้เข้ารับการศึกษา รวมทั้งการจัดพื้นที่ต่างๆ ให้สามารถต่อเชื่อมกับทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดรถ ที่มีอยู่แล้วได้ และหากมีการก่อสร้างเพื่อขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมก็ไม่จำเป็นต้องหยุดการดำเนินงานที่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังได้วางแผนธุรกิจร่วมกับท่าเรือพาณิชย์สัตหีบเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทั้งสินค้า และนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งต่างๆได้ จะเห็นได้ว่ากองทัพเรือ ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อใช้ศักยภาพที่มีอยู่สนับสนุนแผนพัฒนาประเทศของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน การเชื่อมโยงการขนส่งทางถนน ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำเข้าด้วยกัน ตลอดจนการพัฒนาทุนมนุษย์ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจพัฒนาไปอย่างมั่นคง ยั่งยืน

กองทัพเรือเชื่อมั่นว่าหากการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกโดยมีท่าอากาศยานอู่ตะเภา และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่มีการเดินหน้าอย่างสอดคล้องประสานกันจะช่วยกระตุ้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การขนส่งของอาเซียนในอนาคตอันใกล้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *