คลังเก็บหมวดหมู่: อาชญากรรม

เพลิงไหม้แฟมิลี่ มาร์ท จนท.ดับเพลิงเข้าดับเพลิงได้รับบาดเจ็บ คาดสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

พัทยา-(21 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 22.30 น. ร.ต.อ.ณัฐวรรธน์ เพลินจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่ มาร์ท สาขาถนนเพ็ชรตระกูล เลขที่78/124 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองพัทยาและกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดตรวจสอบ

DSC00066

ที่เกิดเหตุพบเปลวเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกจากตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ใช้รถดับเพลิงจำนวน 6 คันระดมฉีดน้ำ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงได้สงบลง หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย จู่ๆหลอดไฟได้แตกและร่วงลงมาใส่มือของเจ้าหน้าที่โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้อยงต้น

สอบถาม น.ส.ชื่นนภา เพ็งสกุล อายุ 18 ปี เล่าว่าในขณะที่ตนเองและเพื่อนได้นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้านหน้า ได้สังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกจาตู้แช่น้ำจึงเข้าไปช่วยกันดับ แต่เปลวเพลิงกับแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุไว้ได้ทันก่อนจะลุกลามเป็นวงกว้างกว่านี้

_MG_0104

เบื้องต้น ร.ต.อ.ณัฐวรรธน์ เพลินจิตร รองสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และยังประเมินค่าความเสียหายไม่ได้ ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แน่ชัดและดำเนินการประเมินค่าความเสียหายต่อไป

หลานโหด ! ฆ่าลุงฝังดินเจ้าของฟาร์มวัว แค้นชอบดุด่าและห้ามออกไปเที่ยว

พัทยา-(19 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา ร่วมตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตถูกฆ่าฝังดิน เหตุเกิดในพื้นที่บ้านคอเขา ม.8 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในที่เกิดเหตุเป็นส่วนที่เลี้ยงไก่ด้านหลังบ้านพบศพ นายมนตรี เสือเล็ก อายุ 45 ปี ถูกฆ่าฝั่งดิน เมื่อขุดนำศพขึ้นมาพบว่า สภาพศพขึ้นอึดเปลือยกายไม่สวมเสื้อผ้า หน้าอกข้างขวามีรูคล้ายถูกกระสุนปืน 1 รู กลางหน้าอกมีร่องรอยการถูกแทงด้วยของมีคมจำนวน 4 แผล

เบื้องต้นได้รับการเปิดจาก พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ว่า นายมนตรี ผู้ตายถูกหลานชายชื่อ นายพงศธร อยู่แก้ว อายุ 17 ปี ฆ่าตายแล้วนำมาฝั่งดิน ซึ่งก่อเหตุตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.พ.) ซึ่งทางพ่อแม่ของ นายพงศธร นำเข้ามอบตัวหลังทราบว่า นายพงศธรเป็นคนฆ่า จากนั้นจึงนำมาชี้จุดและขุดดินจึงพบศพผู้ตายดังกล่าว

ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายชอบดุด่า และห้ามออกไปเที่ยว กับห้ามสูบบุหรี่ จึงเกิดบันดาลโทสะเลยลงมือฆ่า นายมนตรี แล้วนำศพไปฝัง เพื่อหลบตาคน

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ ส่วนคนร้ายจะมีกี่คนยังไม่ทราบ ต้องรอสอบสวนปากคำให้ละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ตร.ระดมกำลังปิดเมืองไล่ล่าโจรกระชากสร้อย แย่งปืนตำรวจยิงเปิดทางหลบหนี

พัทยา-(20 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 12.30 น. สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการประสานงานจาก สภ.หนองขาม ให้ช่วยสกัดจับคนร้าย 1 คน ขับรถ จยย.ยามาฮ่าซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ในพื้นที่ สภ.หนองขาม โดยมี ร.ต.ท.ดำรงค์ เท่งเจียว รอง.สว.สายตรวจตู้ยามดาราไล่ติดตามมาจนถึงบริเวณภายในซอยสำนักงานขนส่งบางละมุง คนร้ายได้แย่งปืนพกประจำกายของ ร.ต.ท.ดำรงค์ พร้อมกับยิงปืนเปิดทาง 1 นัด แล้วหลบหนี โดยขับ จยย.ย้อนศรมาตามถนนหลวงสาย 7 ตอน 5 ขาเข้าพัทยา

47941

หลังจากนั้น พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง จึงสั่งการให้ สวป. และ รอง สวป. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจระดมกำลังเข้าสกัดจับโดยรอบบริเวณดังกล่าว จนกระทั่ง ดต.ทัดพงษ์ ทองทัด ผบ.งาน ป.สภ.บางละมุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาพบคนร้ายขับ รถ จยย. คันต้องสงสัย บริเวณทางเบี่ยงสะพานหนองปรือตัดสาย 7 ตอน 5 จึงเข้าสกัดจับ คนร้ายได้ชักปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางอีก 1 นัด ดต.ทัดพงษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาพยายามหลบจนรถ จยย.ล้มได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถ จยย.หลบหนีไปตามถนนชัยพรวิถี กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.บางละมุง จึงกระจายกำลังติดตามค้นหาตัวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

124099

จนกระทั่ง พ.ต.ท.ภาคภูมิ นาคพนม สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบ สภ.บางละมุง ไปพบรถ จยย. ยามาฮ่า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ภายในซอยหนองปลาไหล 6 ม.2 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นต้องสงสัยตามตรงตามข้อมูลที่ได้รับการประสานมา จากนั้นจึงกระจายกำลังออกไล่ล่า จนสามารถจับคนร้ายได้ บริเวณโรงไม้ย่านถนนบายพาส 36 ทราบชื่อต่อมา นายกิตติศักดิ์ ถ้วนสัมฤทธิ์ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล และจะนำมาแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.59)

ตลกไม่ออก! 3 นักเที่ยวรัสเซียเล่นพิเรนทร์แสดงเป็นซอมบี้บุกป่วนร้านอาหาร

ตลกไม่ออก! 3 นักเที่ยวรัสเซียเล่นพิเรนทร์แสดงเป็นซอมบี้บุกป่วนร้านอาหารประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาทำนักท่องเที่ยวกระเจิง เจ้าของร้านระบุไม่ทราบเจตนาแท้จริงว่ารักสนุกหรือหวังต่อทรัพย์ พร้อมตัดพ้อหลังเกิดเหตุโทรแจ้งตำรวจนับสิบครั้งแต่ไม่มาตรวจสอบ

พัทยา-(20 ก.พ. 59) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา ในฐานะผู้บริหารร้านอาหารครัวเซิร์ฟ จอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาเวลาประ มาณ 3-4 ทุ่มขณะที่มีลูกค้าชาวต่างชาติเข้าใช้บริการอยู่เต็มร้าน ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียจำ นวน 3 คน อายุประมาณ 30-35 ปี เข้ามาสั่งอาหารกินดื่มด้วยแต่แยกย้ายนั่งคล้ายไม่รู้จักกัน

ต่อมาไม่นานชายคนแรกได้แสดงอาการแปลกประหลาดโดดฟุบหน้าลงกับโต๊ะก่อนทิ้งลมที่พื้น จนพนักงานในร้านเข้าไปช่วยเหลือเพราะเกรงว่าอาจมีอาการป่วยของโรคประจำตัว ขณะนั้นชายคนดังกล่าวก็ลุกขึ้นแสดงหน้าตาถมึงทึงพร้อมส่งเสียงร้องคำรามคล้ายสัตว์ป่า ก่อนเดินทำท่าคล้ายกับซอมบี้หรือผีดิบเดินไปหาเพื่อนชายที่นั่งอยู่อีกโต๊ะข้างกันก่อนรัดคอและก้มลงกัดที่ลำคอจนชายคนที่ 2 ล้มลงกับพื้น

เหตุการณ์ขณะนั้นเริ่มมีความวุ่นวาย เมื่อชายคนที่ 2 ทีถูกกัดกลับมีอาการเป็นซอมบี้คล้ายกับคนแรกจากนั้นได้เดินไปแสดงท่าผีดิบไปขู่นักท่องเที่ยว ก่อนตรงเข้าไปกัดที่คอของชายคนที่ 3 อีกทำให้เกิดความโกลา หลในร้านเป็นอย่างยิ่ง เพราะลูกค้าต่างตกใจวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ขณะที่บางคนเกิดความโมโหตรงเข้าชกหน้าชายคนที่ 2 จนต้องวิ่งหลบหนีไป

นายพัฒนา เล่าต่อว่าขณะนั้นรู้สึกมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงพยายามรวบรวมสติโทรศัพท์แจ้งเจ้า หน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือแต่ก็ยังไม่มา พลเมืองดีจึงช่วยกันจับกุมชายชาวต่างชาติทั้ง 3 คนเอาไว้ได้ ซึ่งปรากฏว่าทั้ง 3 รู้จักกันเป็นอย่างดี ก่อนพากันกราบขอโทษโดยแจ้งว่าเป็นการแสดงเล่นกันสนุกๆเท่านั้น แต่ด้วยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุมีเพียงเจ้าหน้าที่เทศกิจจึงจำต้องปล่อยตัวไป

ทั้งนี้ นายพัฒนาได้ให้ความเป็นห่วงเกรงว่าการละเล่นเหล่านี้อาจมีเป้าประสงค์ไปในทางไม่ดี คือสร้างความวุ่นวายให้นักท่องเที่ยวอื่นตกใจและอาจประสงค์ต่อทรัพย์ อีกทั้งยังอาจสร้างอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ รวม ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวเพราะนอกจากจะทำให้เกิดความวุ่นวายในร้านแล้ว ความไม่เข้าใจของลูกค้ากับเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของร้านอย่างรุนแรงด้วย

ข่าวรายงานว่าสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ซอมบี้บุกร้านดังกล่าวกันอย่างแพร่หลาย บ้างก็มองเป็นเรื่องสนุกสนาน บ้างก็มองเป็นเรื่องที่ไม่สนควร จนชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นก่อนแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวางด้วย

ตร.สอบสวนกลางลงพื้นที่พัทยา ปราบปรามการค้ามนุษย์ รวบผู้ต้องหาได้หลายราย

พัทยา-(20 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 14.00 น.พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวกวาดล้างอาชญากรรมด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยสามารถจับกุม น.ส.ยุวดี เรืองนก อายุ 37 ปี และนายวสันต์ คมขำ อายุ 25 ปี ในข้อกล่าวหา ร่วมกันบังคมขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปขอทาน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากเด็ก พร้อมจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกจำนวน 14 ราย

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่เมืองพัทยา ตามยุทธการ “ไพร่ฟ้าหน้าใส” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงระดมกำลังตรวจสอบบริเวณถนนวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา จึงพบกลุ่มชาวไทยและชาวต่างด้าวกำลังขอทานนักท่องเที่ยวกระจายอยู่เต็มพื้นที่ จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ใดมีพฤติกรรมในการให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่ามีความผิดตามข้อกฎหมาย และหากบุคคลต่างด้าวถูกผลักดันออกนอกประเทศไปแล้ว อาจจะกลับมาอีกได้หรือไม่ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต่อไป

แก๊งแขกขาวอาละวาดหนัก ! ฉกเงินแสน หลังใช้เหลี่ยมโจรหลอกแลกเงิน

พัทยา-(19 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 00.10 น. นายสมโภช อมรเศรษฐสกุล อายุ 33 ปี พนักงานร้านแลกรับเงินตราต่างประเทศ บริษัทห้างหุ่นส่วนจำกัดเพียรพัฒนาวิทย์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังต่างชาติคล้ายชาวตะวันออกกลางทำทีแลกเงิน ก่อนจะฉวยโอกาสแอบฉกเงินสกุลต่างประเทศกว่า 1 แสนบาท หลบหนีไป เหตุเกิดที่ตู้แลกเงินตราสกุลต่างประเทศของบริษัท ถนนพัทยาใต้

โดย นายสมโภช ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชายต่างชาติคล้ายชาวตะวันออกกลางถือเงินจำนวน 10,000 ยูโร เข้ามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย จากการนับธนบัตรปรากฏว่าเงินนั้นขาดไป 100 ยูโร จึงได้ยื่นเงินของคนร้ายกลับคืนไป ทั้งนี้ คนร้ายได้นับเงินอยู่หลายรอบและสอบถามต่างๆ นาๆ เพื่อให้เกิดความสับสน จากนั้นคนร้ายได้เติมเงินส่วนที่ขาดเหลือจนครบ 10,000 ยูโร ก่อนออกอุบายพร้อมกับใช้เหลี่ยมโจรและไม่ทันระวังตัว

จึงหลงเชื่อใจแลกเปลี่ยนเงินกับคนร้ายโดยไม่ได้นับตรวจเช็คอีกรอบเนื่องจากรีบแลกลูกค้าต่างชาติที่ยืนต่อคิวอยู่ หลังจากนั้นจึงกลับมาเช็คจำนวนอีกที ปรากฏว่าเงินยูโรที่คนร้ายนำมาแลกสูญหายไปทั้งหมด 2,800 ยูโร เป็นเงินไทยกว่า 1 แสนบาท จึงรีบตรวจสอบกล้องวงจรปิดถ่ายรูปภาพคนร้ายและส่งลงแอปพลิเคชั่นไลน์ กลุ่มร้านแลกเงินในเมืองพัทยาให้ช่วยกันระมัดระวัง ปรากฏว่าที่ต่อคิวคนร้ายก็เพิ่งได้ก่อเหตุลักษณะแบบนี้ได้เงินไปร่วม 1 แสนบาท

ภายหลังสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเกี่ยวกับคนร้ายแก๊งแขกขาวรายนี้ เนื่องจากแก๊งคนร้ายได้ออกอาละวาดก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ล้วงคองูเห่า กะเทยซุกยาไอซ์ในแบงค์ 500 ให้ผู้ต้องหา โดนรวบคาโรงพักพัทยา

พัทยา-(18 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.ท.ไชยณรงค์ ไชยอินทร์ รองสวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมกันจับกุมตัวนายภุชงค์ ลอยมั่ง อายุ 21 ปี สาวประเภทสอง (กะเทย) และน.ส.วรรณวิภา ฉวีทอง อายุ 34 ปี พร้อมของกลางเป็นเงิน 500 บาท และยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) น้ำหนัก 0.45 กรัม สามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้องขัง สภ.เมืองพัทยา

สืบเนื่องจาก ช่วงบ่ายของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุม น.ส.วรรณวิภา ในข้อหามีสารเสพติดในร่างกาย โดยควบคุมตัวไว้ยังห้องคุมขัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อรอส่งฟ้องศาล กระทั่งเวลาเกิดเหตุนายภุชงค์ เข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าห้องคุมขังนักโทษ ขอเข้าเยี่ยมน.ส.วรรณวิภา

เมื่อเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้นายภุชงค์ทำทีคุยถามสารทุกข์สุขดิบ จากนั้นก็ได้หยิบธนบัตรใบละ 500 บาทพับครึ่ง โดยมียาไอซ์บรรจุซองพลาสติกแบบซิบยัดอยู่ในธนบัตรใบดังกล่าว หวังตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ไม่พ้นสายตาของ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นจับกุมไว้ได้ในที่สุด

สอบสวน นายภุชงค์ ให้การว่า สาเหตุที่นำยามาให้กับ น.ส.วรรณวิภา เพราะเห็นว่า น.ส.วรรณวิภา ถูกจับมากลัวจะไม่มียาเสพ จึงได้ลักลอบนำเข้ามาให้และโดนจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าว

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ผู้สื่อข่าวหนุ่มพัทยาติดลิฟท์ ชั้น 6 อพาร์ทเม้นท์ กู้ภัยฯ เร่งช่วยเหลือวุ่น

ผู้สื่อข่าวหนุ่มพัทยาขึ้นชั้น 6 อพาร์ทเม้นท์ หวังเก็บภาพเหตุไฟไหม้ ขาลงไฟดับลิฟท์ค้าง กู้ภัยฯพร้อมเพื่อนผู้สื่อข่าวรุดช่วยเหลือวุ่น

จากกรณีเมื่อเวลา 17.50 น. ของวันที่ 18 ก.พ.59 เกิดเหตุเพลิงไหม้สนามมวย “แม็กซ์มวยไทยสเตเดียม” ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท-พัทยา 42 ถนนสุขุมวิท พัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา นำรถน้ำดับเพลิงและรถกระเช้ากว่า 10 คัน รุดเข้าช่วยเหลือระงับเหตุโดยด่วน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้อยู่นั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้สื่อข่าวติดอยู่ภายในลิฟท์ ของ เอส.เค อพาร์ทเม้นท์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จึงนำกำลังเข้าช่วยเหลือ

S__19062905

จากตรวจสอบทราบว่า ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวติดอยู่ภายในลิฟท์ บริเวณชั้นที่ 5 เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์งัดประตูลิฟท์ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถช่วยเหลือนำออกมาได้สำเร็จ ทราบชื่อต่อมา นายธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์ อายุ 37 ปี ฉายา “ตั้ม เมืองแพ” ผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยา

โดย นายธีระรักษ์ เล่าเหตุการณ์ระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขึ้นไปเก็บภาพเหตุการณ์ไฟไหม้บนชั้น 6 ของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว หลังจากเสร็จกิจจึงกลับลงมาโดยใช้ลิฟท์ จากนั้นเหตุไม่คาดฝันจึงเกิดขึ้น ไฟเกิดดับจนลิฟท์ค้างอยู่ที่ชั้น 5 ตอนแรกก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะอาคารดังกล่าวยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ และยังไม่เปิดให้คนเข้าพัก จึงพยายามตั้งสติและโทรศัพท์แจ้งเพื่อนนักข่าวด้วยกันที่กำลังทำข่าวไฟไหม้ ก่อนทุบประตูลิฟท์และส่งเสียงขอความช่วยเหลือ จนเวลาผ่านไปกว่า 10 นาที จึงสามารถช่วยเหลือออกมาได้ ซึ่งเหตุการณ์ติดลิฟในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต

S__19062896

เบื้องต้น ผู้สื่อข่าวรายนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และรีบกลับไปทำหน้าที่ทำข่าวต่อทันที ส่วนสาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดกระแสไฟฟ้า จนทำให้ลิฟท์เกิดค้างเป็นเหตุให้ผู้สื่อข่าวหนุ่มติดอยู่ในลิฟท์ดังกล่าว

เพลิงไหม้สนามมวย “แม็กซ์มวยไทยสเตเดียมพัทยา” เสียหายทั้งหลัง เจ้าของน้ำตาตก

พัทยา-(18 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 17.30 น. ร.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้สนามมวย “แม็กซ์มวยไทยสเตเดียม” ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท-พัทยา 42 ถนนสุขุมวิท พัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา นำรถน้ำดับเพลิงและรถกระเช้ากว่า 10 คัน เดินทางไปตรวจสอบ

IMG_7310

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ซึ่งเปิดเป็นสนามมวยมาตรฐานขนาดใหญ่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้จากด้านหลังตัวอาคารอย่างรุนแรง มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก และกำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงระเบิดอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างเพราะเกรงอาคารจะถล่มลงมา พร้อมกับระดมฉีดน้ำดับเพลิงอย่างเร่งด่วน จนเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบว่าเพลิงได้เผาผลาญอาคารจนไหม้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้จัดการและพนักงานของแม็กซ์มวยไทย ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกตามร่างกายเล็กน้อยจำนวน 4 คน จึงรีบนำตัวส่ง รพ.เมืองพัทยา โดยมี นายนวัธ เตาะเจริญสุข ผู้บริหารแม็กซ์มวยไทย ยืนมองซากสนามมวยของตัวเองด้วยแววตาเศร้าสร้อย

IMG_7316

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีช่างมาเติมน้ำยาแอร์บริเวณด้านหลังอาคาร กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่คอมเพรสเซอร์แอร์และเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ โชคดีที่ช่วงเวลานั้นสนามมวยยังไม่ได้เปิด แต่ในเวลา 19.00 น.วันเดียวกัน จะมีทัวร์จีนเดินทางมาดูมวยเป็นจำนวนมาก แต่ก็มาเกิดเหตุเพลิงไหม้เสียก่อน เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านบาท

IMG_7312

ทางด้าน นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ที่เดินทางมาบัญชาการดับเพลิงยังจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพอจะทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้คร่าวๆ แล้ว โดยหลังจากนี้ได้สั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าโครงสร้างของอาคารจะถล่มลงมา

IMG_7335

สำหรับสนามมวย “แม็กซ์มวยไทยสเตเดียมพัทยา” ได้มีการทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาทในการก่อสร้าง และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2557 โดยมี นายนวัธ เตาะเจริญสุข เป็นผู้บริหาร และนายปิยชาติ ศรีจันทร์ เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ถือเป็นเวทีมวยที่ทันสมัยครบเครื่อง มีอุปกรณ์ต่างๆ ครบครัน ติดเครื่องปรับอากาศอย่างดีอีกต่างหาก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา

IMG_7339

IMG_7350

IMG_7363

IMG_7389

IMG_7410

IMG_7415

IMG_7422

IMG_7386

ฝ่ายปกครองบางละมุงลุยจับร้านเหล้าหรูลอบขายบารากู่-แหล่งเหล้าเถื่อนกลางวอล์กกิ้งสตรีท

พัทยา-(18 ก.พ. 59) เมื่อเวลา 03.00 น. นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย เรืออากาศโทภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดป้องกันปราบปราม และนายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอำเภอ ได้ร่วมกันสนธิกำลังฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กว่า 30 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด เพื่อทำการออกตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยา ที่รับการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม

IMG_8936

จากการเข้าตรวจสอบ ร้านเดอะ อีซี่ เอ็นจอย ตั้งอยู่ทางลงชายหาดพัทยาเหนือ พบว่าร้านสูง 2 ชั้น ตกแต่งด้วยอุปกรณ์อย่างหรูหรา โดยยังเปิดจำหน่ายสุราเกินเวลาให้กับลูกค้าชาวไทยและต่างชาติเกือบเต็มร้าน ซึ่งในบางโต๊ะมีการนั่งสูบบารากู่สินค้าห้ามขายกันอย่างเมามัน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ทางร้านปิดเพลง และขอความร่วมมือให้ลูกค้าอยู่ในความสงบ เพื่อสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจค้นครัวหลังร้าน สามารถยึดยาเส้นบารากู่จำนวน 5 กิโลกรัม เตาสูบ 8 เตา และอุปกรณ์ต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยมี นายวงศ์สถิต นาทองบ่อ อายุ 35 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน

IMG_8942

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ได้เข้าตรวจสอบร้านเก็บตะวัน ยาดองสมุนไพร ตั้งอยู่ภายในวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ พบว่าร้านดังกล่าวก็ยังคงเปิดให้บริการ เมื่อเข้าตรวจภายในร้านพบนักเที่ยววัยรุ่นจำนวนมากนั่งดื่มยาดองอยู่ตามโต๊ะ พร้อมกับเต้นตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน ตรวจค้นบริเวณบันไดทางขึ้นเจอโหลยาดองหลากหลายสูตร อาทิเช่นนารีลำพึงสูตรเย็น นารีแก้ผ้า รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ลิตร และยังพบเด็กอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้ามาเที่ยวอยู่ 4 คน โดยมี น.ส.ณัฐพัชร์ ลิม อายุ 34 ปี รับเป็นเจ้าของกิจการ

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย