เจ้าของอาคารชุดคอนโดฯ รีเฟลคชัน จอมเทียน บีช พัทยา รวมตัวร้องขอความเป็นธรรม หลังผู้บริหารเปิดประตูให้ นทท.จีน เดินผ่าน

เจ้าของอาคารชุดคอนโดฯ รีเฟลคชัน จอมเทียน บีช พัทยา รวมตัวร้องขอความเป็นธรรม หลัง บ.เมเจอร์ฯ ผู้บริหารคอนโดฯ เปิดประตูหลังให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทะลุโครงการ ชี้ไม่เหมือนในโบว์ชัวร์โฆษณาในตอนแรก พร้อมใช้สิทธิในฐานะผู้ซื้อโดยสุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิติบุคคลอาคารชุดรีเฟลคชั่น จอมเทียน บีช พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2560 โดยมีเจ้าของร่วมผู้ซื้อห้องซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วม โดยมีนายสามภพ บุนนาค นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมท่าม กลางการอำนวยความสะดวกและรักษาความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน

ด้านนายเดชา เลิศวิไลศักดิ์ ลูกค้ารายหนึ่ง กล่าวว่าแรกเริ่มทางโครงการดังกล่าวโฆษณาผ่านแผ่นพับและโบว์ชัวร์แสดงความชัดเจนของสภาพถนนของโครงการ รวมถึงรั้วรอบขอบชิดที่เป็นทรัพย์สินส่วน กลาง ต่อมาทางบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ พรอพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นผู้บริหารอาคารชุด ได้ทำการเปิดประตูท้ายโครงการซึ่งเป็นพื้นที่ทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของโรงแรมเซ็นทาร่า ที่มีบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ฮอสพิทอลลิตี้ ที่มีผู้บริหารชุดเดียวกันเป็นผู้ดำเนิน การ โดยกรณีดังกล่าวไม่มีการสอบถามความคิดเห็นและแจ้งให้เจ้าของสิทธิ์ห้องชุดของคอนโดฯทราบแต่อย่างใด

กรณีนี้ถือว่าอยู่นอกเหนือข้อตกลงหรือข้อมูลตามแบบในโบว์ชัวร์เสนอขายห้องชุดในตอนแรก โดยไม่มีการแจ้งข่าวให้ลูกบ้านทราบแต่อย่างใด เวลาต่อมาคณะกรรมการของโครงการได้มีมติให้ปิดประตูดัง กล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า แต่ทางบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ฮอสพิทอลลิตี้ ได้ส่งทนายฟ้องร้องคณะกรรมการแต่ไม่ฟ้องร้องนายธนดล คำเชิด ในฐานะผู้จัดการนิติฯ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางพิรุธ โดยการใช้สิทธิ์ที่ไม่สุจริตจึงส่งทนายต่อสู้ในชั้นศาลขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง กรุงเทพฯใต้

นายเดชา กล่าวด้วยว่าในฐานะกรรมการคนหนึ่งได้รับมติให้เป็นผู้จัดการนิติฯ ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ม.32 (2) ตามที่ได้รับการรับรองจากกรมที่ดินฯ ตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์โดยชอบในการต่อสู้เรื่องดังกล่าวเพื่อทวงถามความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในฐานะผู้บริโภคที่สมควรจะได้รับ ซึ่งแต่แรกทางโครงการไม่เคยว่าบอกว่าพวกเราต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม ซึ่งต้องยอมให้ลูกค้าของโรงแรมดังกล่าวใช้ทรัพย์สินส่วนกลางร่วมกันกับผู้ซื้อห้องชุดฯ ทั้งที่ราคาของห้องชุดที่ซื้อกันนั้นมีราคาขั้นต่ำตั้งแต่ 6 ล้านบาทไปจนถึง 30 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมที่ไม่มีถูกต้องตามกฎหมาย ในฐานะผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องหาความชอบธรรม

 ด้านนายสามภพ บุนนาค นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ระบุว่ากรณีพิพาทที่เกิดขึ้นเป็นกรณีทั่วไป ซึ่งกฎหมายก็มีช่องทางให้ปฏิบัติอยู่ให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ซึ่งตนเองมาเป็นประธานในครั้งนี้ไได้มาเข้าข้างใคร เพียงแต่มาช่วยหาข้อยุติให้กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ก็สามารถทำตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมได้ ซึ่งประเด็นการเรียกร้องของผู้ซื้อเป็นในเรื่องของภาวะจำยอมที่กำลังเผชิญ ซึ่งก็ต้องดูข้อตกลงตามสัญญาว่าเป็นอย่างไร แต่อยากให้ทุกอย่างจบด้วยการเจรจาไม่ใช่มาทะเลาะกัน เพราะจะหาข้อสรุปไม่ได้ และไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าวตัวแทนฝั่งกลุ่มผู้ซื้อหรือลูกค้าได้หยิบยกประเด็นซักถามเกี่ยวการบริหารอาคารชุดดังกล่าว ซึ่งไม่ต้องการให้บริษัทเดิมมาทำการบริหารและพิจารณาเพื่อหาบริษัทอื่นที่มีความโปร่งใสเข้ามาทำการบริหารแทน แต่สุดท้ายยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะออกมาเป็นแนวทางใด ซึ่งหลังจากนี้จะได้รอการพิจารณาจากศาล ก่อนดำเนินการในส่วนอื่นๆ ต่อไปด้วยเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *