ที่ปรึกษา (สบ.10) ลงพื้นที่ชลบุรี ติดตามพร้อมสางคดีปล้นเงิน

พัทยา-(12 เม.ย. 59) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ.10) พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตาม เดินทางมายังห้อง ศปก. สภ.บางละมุง เพื่อมาติดตามและสอบถามความคืบหน้าของคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์เงินสด 8.8 ล้านบาท ขณะ 2 พนักงานบริษัทแซมโก้ไปขนเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์สาขาบิ๊กซี พัทยาใต้ แล้วหลบหนีลอยนวล

โดยมี พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภาค2 พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพัทยา ชุดสืบสวนบางละมุง ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี สืบสวนภาค2 เข้าร่วมประคืบความคืบหน้าพร้อมสรุปในคดีดังกล่าว โดยการประชุมใช้เวลากว่า 1 ชม. และไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง หลังประชุมเสร็จจึงได้เปิดเผยรายละเอียดของการประชุมส่วนการประชุมในครั้งนี้

ส่วนการประชุมในครั้งนี้ทาง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ.10) ติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่ ภ.จว.ชลบุรี และ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ 1. คดีชิงทรัพย์รถขนเงิน พื้นที่ สภ.เมืองชลบุรี 2.คดีชิงทรัพย์รถขนเงิน พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา 3. คดีพยายามลักทรัพย์ตู้กดเงิน พื้นที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา 4. คดีพยายามลักทรัพย์ตู้กดเงิน พื้นที่ สภ.เขาหินซ้อน ห้องประชุม สภ.บางละมุง จว.ชลบุรี และจะประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพกับทาง ภ.จว.ฉะเชิงเทรา

ส่วนความคืบหน้ากรณีปล้นเงินภายในจังหวัดชลบุรี หลังจากการประชุมเสร็จ ทาง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ.10) ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการประชุมความคืบหน้าในเบื้องต้นที่คนร้ายก่อเหตุในพื้นที่ฉะเชิงเทรานั้นมีโอกาสหน้าจะเป็นคนคนเดียวกัน เนื่องจากพาหนะที่ใช้ พฤติกรรมที่ทำรวมทั้งรูปพรรณคนร้าย

ส่วนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนละคนกัน และวิธีการทำน่าจะเป็นคนละแก๊งกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานกำลังเร่งสืบสวนและคลีคลายคดี นอกจากนั้นทางผู้การแต่ละจังหวัดประสานงานไปยังบริษัทแซมโก้เพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
ส่วนในกรณีในที่คนร้ายปล้นเงิน 8.8 ล้านหน้า ห้างบิ๊กซี พัทยาใต้ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกบุคคลต้องสงสัยมาสอบสวนรวมทั้งตรวจค้นบ้านพักคนบุคคลเหล่านั้นที่คาดว่าน่าจะมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่ารู้จะเห็นกับคนร้าย หรือให้ช่องทางจนทำให้คนร้ายสามารถไปก่อเหตุได้ ซึ่งบุคคลเหล่านั้น (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวมาสอบสวนเพื่อจะหาข้องมูลของคนร้ายได้ ซึ่งบุคคลที่เราเรียกมาไม่ได้เป็นบุคคลต้องสงสัย เป็นเพียงบุคคลที่อาจจะให้ข้อมูลไปถึงคนร้ายได้

ภาพ/แบงค์ สุขวัฒนะ

ข่าว/อนันต์ สุขวัฒนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *