เสี่ยจีนเจ้าของโรงงานเมืองเซี่ยงไฮ้ ถูกโจรซิ่งจยย.กระชากสร้อย เผ่นหนีลอยนวล

พัทยา-(24 มี.ค. 59) เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.ท.(หญิง)เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอนักท่องเที่ยว เหตุเกิดบริเวณปากซอยนาเกลือ 29/1 ถนนพัทยา-นาเกลือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ภายหลังรับแจ้งจึงประสานชุดสืบสวน และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายนักท่องเที่ยวชาวจีน ทราบชื่อคือนายฮ้อง ซาง อายุ 40 ปี เจ้าของโรงงานอิเลคทรอนิกส์ เมืองเซี่ยงไฮ้ ยืนรอตำรวจอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ และที่บริเวณลำคอมีรอยแดงช้ำ พร้อมกับให้การผ่านล่ามแปลภาษาจีนว่า ได้เดินทางจากประเทศบ้านเกิดรวมพวกประมาณ 20 คน ท่องเที่ยวยังเมืองพัทยา และมาถึงวันนี้เป็นวันแรก โดยช่วงเย็นที่ผ่านมาก็ได้พากันไปตีกอล์ฟคลายเครียด

ต่อมาได้ชักชวนเพื่อนทั้งหมดมาเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ 40 ปีบริบูรณ์ ที่ร้านสตาร์ไดซ์ ผับพัทยา ซึ่งเป็นสถานบันเทิงขึ้นชื่อของเมืองพัทยา หลังจากดื่มกินกันเสร็จแล้วได้เดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของใช้ ระหว่างที่กำลังเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อขึ้นรถแท็กซี่กลับที่พัก จากนั้นได้มีคนร้ายชายวัยรุ่น สวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนการแต่งกายและรูปร่างไม่สามารถจดจำได้

โดยการก่อเหตุของคนร้ายทำทีชะลอรถ เพื่อให้ตนเองเดินข้ามถนน ซึ่งตอนแรกก็มองว่าคนไทยใจดี แต่เมื่อช่วงก้าวเท้าข้ามถนน คนร้ายได้วนรถกลับผ่านหน้าไปแล้วอาศัยจังหวะดังกล่าวเอื้อมมือกระชากสร้อยคอทอง ยี่ห้อ คาร์เทียร์ ราคาประมาณ 50,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาท ที่สวมใส่อยู่แล้วติดมือคนร้ายไป ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังเกิดเหตุ เมื่อบรรดาเพื่อนเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ก็ต่างพากันถอดเครื่องประดับและทรัพย์สินมีค่าใส่กระเป๋าเก็บไว้อย่างมิดชิด และยืนยันว่าตลอดการท่องเที่ยวเมืองพัทยาจะไม่ใส่โชว์โดยเด็ดขาด อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้อย่างมาก และอยากวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการดูแลต่างชาติให้ดีกว่านี้ พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ในเร็ววัน เนื่องจากจะได้ไม่ต้องไปก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวรายอื่นได้อีก

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการชุดสืบสวนและตำรวจท่องเที่ยวแบ่งทีมกันทำงาน เพื่อไปหาเบาะแสคนร้ายจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมกับสั่งตำรวจสายตรวจและอาสาสมัครกระจายกำลังและออกตรวจตราตามจุดเสี่ยงดูแลนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ภาพ/ข่าว สมบอล คนไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *